เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 นับเป็นเหตุการณ์สำคัญในทางการเมืองของไทยสมัยใหม่ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นความตื่นตัวทางการเมืองของพลังมวลชนนอกระบบราชการ โดยเฉพาะนิสิต นักศึกษาและประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อต้านการปกครองแบบเผด็จการทหาร เรียกร้องรัฐธรรมนูญ และการปกครองแบบประชาธิปไตย
จุดเริ่มต้นในการแสดงพลังของนิสิตนัก ศึกษาเกิดจากการเคลื่อนไหวต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นและต่อต้านการที่รัฐบาลยอม ให้มีการตั้งฐานทัพของต่างชาติในประเทศและขยายมาสู่การเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จากรัฐบาลเผด็จการทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อจอมพลถนอมได้ทำการปฏิวัติตนเองและยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2512
กลุ่มนิสิต นักศึกษา และประชาชน ที่ชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตย การประท้วงเริ่มจากกลุ่มนักศึกษาและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นจำนวนมากขึ้น เมื่อมีการเดินขบวนจึงมีจำนวนผู้ร่วมเดินขบวนนับแสนคน การประท้วงดังกล่าวเป็นไปโดยสันติวิธี แต่ได้เกิดการปะทะกับกำลังตำรวจและทหาร ทำให้เกิดการจลาจล แต่ผลของการเดินขบวนได้ทำให้รัฐบาลเผด็จการทหารของจอมพลถนอมต้องลาออก กล่าวกันว่า ภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยอีกระดับหนึ่ง ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น มีการร่างรัฐธรรมนูญและประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2517 ที่เปิดโอกาสให้คนกลุ่มต่างๆ มีส่วนร่วมทางการเมือง ผ่านระบบการเลือกตั้ง มีพรรคการเมือง มีการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร
เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519
สภาพการเมืองหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 มีบรรยากาศทางการเมืองที่เปิดกว้างมากขึ้น เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มที่มีอุดมการณ์เสรีนิยมและสังคมนิยม ต่างมีโอกาสในการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ได้แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะอุดมการณ์สังคมนิยมที่เริ่มแพร่หลายมากขึ้น กลุ่มที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจเริ่มหวาดระแวงและคิดว่าพลังของ นิสิตนักศึกษาขณะนั้นเป็นสิ่งอันตรายซึ่งจะนำไปสู่สังคมคอมมิวนิสต์ ปัญหาความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ทางการเมืองระหว่างกลุ่มแนวคิดสังคมนิยมและ แนวคิดเสรีประชาธิปไตย เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มเผด็จการทหารกลับเข้ามาแทรกแซงและเข้ายึดอำนาจทาง การเมือง

|
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เกิดขึ้นเมื่อนักศึกษาได้ต่อต้านการกลับเข้าประเทศของ จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งบวชเป็นสามเณรเดินทางเข้ามาทางสิงคโปร์ เพื่อเข้ามาบวชพระที่วัดในกรุงเทพฯ รวมทั้งการประท้วงการเดินทางเข้าประเทศของจอมพลประภาส ที่พยายามจะเดินทางเข้าประเทศ การต่อต้านได้ดำเนินและลุกลามเพิ่มขึ้น จนกระทั่งผู้ต่อต้านที่นครปฐมถูกแขวนคอ เป็นเหตุให้เกิดการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการแสดงการแขวนคอล้อเลียนการเมือง แต่ภาพล้อเลียนของนักศึกษาดังกล่าว เมื่อถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ จึงถูกกล่าวหาว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะในภาพมีส่วนละม้ายคล้ายคลึงพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์หนึ่ง ทำให้เกิดการต่อต้านและมีการโจมตีและสังหารนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 และในตอนเย็นวันเดียวกันนั้น พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ได้ยึดอำนาจและประกาศยุบสภา ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2517 และมีการแต่งตั้ง นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งปีถัดมา ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ได้ทำการยึดอำนาจอีกครั้ง และแต่งตั้ง พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี
เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535
เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 เป็นเหตุการณ์ชุมนุมของประชาชนเพื่อต่อต้านการขึ้นสู่ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกสุจินดา คราประยูร หนึ่งในผู้นำทหารในคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ซึ่งได้ทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ผลของเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ได้แสดงให้เห็นปฏิกิริยาของประชาชนที่ต่อต้านกระบวนการทางการเมืองที่พยายาม ยึดอำนาจรัฐในแบบเก่า และสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้มีการพัฒนา ประชาธิปไตย มีระบบรัฐสภาที่มีตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง มากกว่าที่จะยอมรับการขึ้นมามีอำนาจของกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้มาจากการเลือก ตั้ง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬได้ส่งผลสำคัญต่อการเมืองไทยในปัจจุบัน เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นให้มีกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองการ ปกครอง แก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 นอกจากนี้ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ทหารหรือกองทัพซึ่งเคยมีบทบาทอย่างมากในการเมืองไทยถูกลดบทบาทลง
ที่มา http://www.maceducation.com/e-knowledge/2503104100/04.htm
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น